พระแม่อันนปูรณา

พระแม่อันนปูรณา ประวัติความเป็นมา

พระแม่อันนปูรณา

พระนางเป็นเทวีประจำภูเขาอันนปูรณาในแถบเทือกเขาหิมาลัย ชื่ออันนปูรณามาจากอันนะ แปลว่าอาหารหรือให้ และปูรณา แปลว่าเต็มหรือสมบูรณ์ ดังนั้น พระแม่อันนาปุระณะ จึงหมายถึงเทวีผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหารการกิน เชื่อว่าวันอักษยะตริติยาคือวันเกิดของพระนาง

พระองค์มีพลังอำนาจของพระองค์สามารถประทานอาหารได้อย่างไม่มีวันหมด ดังนั้นแล้วพระองค์จึงเป็นที่เคารพและสักการะแก่ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอาหาร ((เป็นอีกภาคหนึ่งของพระแม่ปารวตี))

เมื่อยามมนุษย์เกิดความทุกข์ยาก ขาดแคลนอาหาร พระแม่ปราวตีได้ส่งพระแม่อันนาปุระ มาดับทุกข์เข็ญให้กับมนุษย์ อีกทั้งพระแม่อันนา ได้รับหน้าที่ในการให้ดูแลองค์มหาศิวะเทพ เมื่อยามท่านปฎิบัติญาณสมาธิ ครั้นเมื่อออกจากญาณ พระแม่จะเป็นผู้ถวายผลไม้ให้กับองค์มหาเทพ และมหาเทพจะทรงประทานพรให้พระแม่ ดังนั้นจึงมีความเชื่อกันว่าผู้ที่ถวายการบูชาพระแม่อันนา จะได้รับพรจากองค์มหาเทพด้วยเช่นกัน

เทวรูปหรือรูปเคารพของพระองค์จะถูกตั้งอยู่บนโต๊ะอาหาร, ร้านอาหารต่างๆ หรือแม้กระทั่งห้องครัว โดยก่อนที่จะลงมือทาน,ทำอาหาร รวมไปถึงก่อนเปิดกิจการร้านอาหารในแต่ละวัน ผู้ที่บูชาจะทำการบูชาพระองค์ก่อนเสมอ โดยมีความความเชื่อกันว่าถ้าใครบูชาพระแม่อันนาปุระณะ ตลอดชีวิตของผู้นั้นจะไม่เผชิญกับความอดอยาก และพรของพระองค์จะทำให้อาหารที่กินไปนั้นเอ็นอาหารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้ทานจะไม่เจ็บไม่ป่วย มีชีวิตเป็นอมตะ และมีพละกำลังมหาศาล

การบูชาพระแม่อันนาปุระณะนี้เกิดขึ้นมานานด้วยสาเหตุที่ว่า อยู่ๆ อาหารทั้งหมดบนโลกได้ถูกทำลายและสูญหายไปจนหมด ไม่ว่ากระทั้งพื้นที่ทำกิน หรือ แม้แต่ในยุ้งฉางของชาวบ้าน จนทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากด้วยภาวะอดอยาก ผู้คนจึงทำการบูชาอ้อนวอนถึงพระพรหมเทพ ให้ช่วยขจัดปัดเป่าทุกข์ครั้งนี้ องค์พรหมเทพจึงไปปรึกษากับพระวิษณุ และทั้งสองพระองค์จึงตัดสินใจปลุกพระศิวะเทพให้ออกจากการเจริญสมาธิ พระศิวะจึงคิดอุบายและไปข้อร้องให้พระแม่อันนาปุระณะช่วยเหลือ โดยให้พระแม่ลงไปจุติยังโลกมนุษย์ จากนั้นพระองค์จะทรงแปลงพระองค์เป็นดั่งขอทาน ไปขอประทานข้าวจากพระแม่อันนาปุระณะ เมื่อได้ข้าวแล้ว พระศิวะจึงโปรยข้าไปรอบๆ ทำให้ผู้คนที่อดอยาก ได้มีข้าวกินอย่างอุดมสมบูรณ์ค่ะ

บทสวดบูชา พระแม่อันนปูรณา

โอม นมัส เต ศรีอันนาปูรเนศวารี นะโม นะมะฮา ข้าพเจ้า….. ขอนมัสการพระแม่อันนาปูรเนศวารี ขอพระองค์โปรดประทานความอุดมสมบูรณ์ในทรัพย์ ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรง (ถ้าค้าขายอาหารก็ขอพระแม่โปรดประทานความเจริญในการค้าขาย เพราะที่ร้านอาหารที่อินเดียจะมีรูปพระแม่บูชาไว้ เชื่อกันว่าพระแม่ทรงประทานอาหารและพืชพรรณที่ดีในการปรุงอาหาร เมื่ออาหารดี สุขภาพก็จะดีตามไปด้วยค่ะ)

ความเชื่อในเทพของคนไทย

ความเชื่อของคนไทยในเรื่องเทพเจ้านั้น แตกต่างจากคนอินเดียที่เขานับถือเทพเจ้าอย่างจริงใจ เขามิได้นับถือเพราะว่าเทพเจ้าบันดาลอะไรได้ทุกอย่าง แต่เขานับถือเพราะเทพเจ้าสอนบางอย่างแก่เขา หลักคำสอนของศาสนาฮินดูนั้นโดยหลักใหญ่ใจความคือ ความกตัญญู หากผู้ใดไม่มีความกตัญญูต่อบิดามารดาแล้ว ต่อให้สวดมนต์ถึงเทพเจ้าอย่างไร เทพเจ้าก็ไม่ช่วย นั่นคือหลักการสำคัญของศาสนาฮินดูที่คนไทยไม่เคยรู้ เช่นเดียวกับที่ศาสนาพุทธสอนคนไทยว่า บิดามารดาคือพระอรหันต์ในบ้าน ควรจะทำบุญหรือกระทำความดีต่อพระอรหันต์ในบ้านเสียก่อนที่จะไปทำบุญหรือทำความดีกับผู้อื่น เนื่องจากศาสนาพุทธเชื่อว่า การเกิดเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก เปรียบประดุจว่ามีห่วงหนึ่งลอยอยู่ในมหาสมุทร โอกาสที่ปลาตัวหนึ่งจะกระโจนลอดห่วงนั้นทั้งแสนยาก แสนนาน แสนลำบากที่จะเกิดขึ้น นั่นคือความยากของการเกิดเป็นมนุษย์ ดังนั้นแล้วบุคคลที่ทำให้เราเกิด ย่อมมีบุญคุณใหญ่หลวง เพราะมนุษย์นั้น เป็นจุดเปลี่ยนเดียวที่จะทำให้วิญญาณหนึ่งดวง แปลงร่างจากวิญญาณผู้มีกรรมหนักต้องอยู่ในนรก ให้กลายเป็นพระอรหันต์ได้

เทพเจ้าทุกพระองค์มีอยู่จริงหรือมั้ย เราคนธรรมดาอาจไม่ทราบแน่ชัด แต่ศาสนาฮินดูนั้นมีหลายนิกายและเล่ากันไปเหมือนภาพยนต์คนละม้วนเท่านั้น แต่เทพทุกพระองค์ก็ยังทรงมีอยู่จริง เช่นที่ศาสนาพุทธได้วางหลักการไว้ ศาสนาพุทธสอนให้มนุษย์เพียรพยายามพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเบื้องหลังโลกมนุษย์อันเป็นรูปธรรม ยังมีนามธรรมอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นตัวแปรสามารถเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ได้เช่นกัน เช่น เจ้ากรรมนายเวร เทพยดา เทพเจ้า มารทั้งหลาย เป็นต้น ดังนั้นแล้วสองสิ่งนี้ต้องกระทำคู่กัน คือการเคารพความสามารถของมนุษย์ และการเคารพความสามารถของเทพเจ้า เหมือนคำกล่าวของจีนที่ผู้เขียนเคยได้ยินว่า คนจะประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องเก่งบวกเฮง ถ้าเฮงแต่ไม่เก่งก็สำเร็จได้แต่ไม่ตลอด ถ้าเก่งแต่ไม่เฮงประสบความสำเร็จได้แต่ไม่สูงสุดเพราะไม่ได้รับโอกาสที่ดี บทความนี้เป็นการแสดงที่มาของความเชื่อคนไทย บทความหน้าจะเป็นเรื่องของศาสนาฮินดูจริงที่เกิดขึ้น ผู้อ่านอาจจะค้นพบว่า ความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าของคนอินเดียนั้น เมื่อเดินทางมาถึงเมืองไทยแล้ว กลับกลายเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากทีเดียว


Leave a Reply