Month: April 2019
ตรีเทวี

การบูชา ตรีเทวีหรือตรีศักติ

ตรีเทวี ตรีเทวี หรือตรีศักติ (อังกฤษ: Tridevi, สันสกฤต: त्रिदेवी) คือ การอวตารรวมของภาคของมหาเทวีสูงสุดทั้งสามองค์ในศาสนาฮินดู อันได้แก่ พระแม่ปารวตี (พระมเหสีของพระศิวะ) พระลักษมี (พระมเหสีของพระวิษณุ(พระนารายณ์)) และ พระสรัสวดี (พระมเหสีของพระพรหม) ซึ่งมหาเทวีสามองค์นี้คือพระผู้เป็นใหญ่ในศาสนาฮินดูนิกายศักติ(นิกายใหญ่ในศาสนาฮินดูที่นับถือพระแม่เป็นหลัก) รวบรวมสามขุมพลัง สติปัญญา อำนาจ และโชคลาภไว้ด้วยกัน ผู้บูชาจักได้รับ มงคลอันสูงสุดไว้กับตัวเอง เมื่อพระเทวีทั้งสามรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน จะปรากฏรูปเป็น พระศักติเทวี พระมารดาแห่งจักรวาล เป็นเทวีแห่งการทำลายความชั่วร้ายทั้งหลาย ใครที่บูชาพระศักติเทวี (พระแม่ทั้ง 3) แล้ว ย่อมได้รับพลังอำนาจจากพระปารวตี โชคลาภและความร่ำรวยจากพระลักษมี สติปัญญาและความรอบรู้ในศิลปวิทยาการจากพระสุรัสวตี พระศักติเทวีนั้นประทับอยู่บนสิงโตหรือเสือ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและชัยชนะ โดยรูปพระศักติจะมีอวตารในหลายรูปลักษณ์ เช่น พระแม่ทุรคา เพื่อปราบอสูรมหิษาสูร และในรูปนวทุรคา หรือ นวศักติทั้งเก้า ที่เป็นที่มาของเทศกาลนวราตรีอีกด้วย…

กาลี พระแม่ทุรคา

บูชา กาลี พระแม่ทุรคา

กาลี พระแม่ทุรคา กาลี พระแม่ทุรคา – พระแม่ทุรคา (สันสกฤต: दुर्गा ทุรฺคา) หรือ พระแม่มหิษาสุรมรรทินี เป็นปางหนึ่งของพระปารวตี มีความหมายว่า “ผู้เข้าถึงได้ยาก” ไม่ว่าทั้งเทพเจ้า มนุษย์ อสูร แม้แต่พระศิวะ พระพรหม หรือพระวิษณุ ก็ไม่อาจสังหารมหิษาสูรได้ มีเพียงหญิงสาวที่ไม่ได้เกิดอย่างธรรมชาติ และเป็นหนึ่งในอำนาจทั้งหมดของจักรวาล ซึ่งก็คือพระแม่ทุรคา ซึ่งเกิดจากอำนาจทั้งปวงของเหล่าเทพเจ้า ในช่วงประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี จะมีการบูชาพระแม่ทุรคาเรียกว่าเทศกาลนวราตรี มีการฉลองถึง 9 วัน 9 คืนด้วยกัน ในประเทศไทย งานฉลองนี้จะมีขึ้นประจำทุกปีที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี เขตบางรัก โดยมีการแห่ไปตามท้องถนนในเวลากลางคืนด้วยดอกดาวเรืองและเครื่องบูชาต่าง ๆ ศาสตราวุธทั้ง 8 แห่งพระแม่ทุรคาเทวี มีดังนี้ จักรา (กงจักร) พลังหมุนเวียนให้ทุกสิ่งดำเนินไป ตัลวาล (ดาบ) ความเฉียบคม…

พระลักษมี

ประวัติความเป็นมาของพระลักษมี

พระลักษมี ประวัติความเป็นมา พระลักษมี (สันสกฤต: ลกฺษฺมี लक्ष्मी) หรือ พระมหาลักษมี เป็นเทพีในศาสนาฮินดู โดยเป็นเทพีแห่งความร่ำรวย โชคชะตา ความรัก ความงาม ดอกบัว และความอุดมสมบูรณ์ รูปเคารพของพระแม่ลักษมีนั้นนอกจากจะพบในศาสนสถานของศาสนาฮินดูแล้ว ยังพบในศาสนสถานของศาสนาเชนและศาสนาพุทธ ในบางแห่งอีกด้วย พระลักษมีนั้นมีความคล้ายคลึงกันกับเทพีของกรีกองค์หนึ่ง คือเทพีอะโฟร์ดิตี้ โดยที่เทพีทั้งสองนี้ ถือกำเนิดจากมหาสมุทรเหมือนกัน และเป็นตัวแทนของความสวยงามเหมือนกันอีกด้วย นอกจากนั้น พระแม่ลักษมี มีกำเนิดจากฟองน้ำ ในคราวเทวดาและอสูร กวนเกษียรสมุทร น้ำอมฤต จึงได้นามว่า ชลธิชา (เกิดแต่น้ำ) หรือ กษีราพธิตนยา (พระธิดาแห่งพระสมุทร) ในขณะที่ผุดขึ้นมานั้นนั่งมาในดอกบัวและมือถือดอกบัวด้วย จึงมีอีกนามหนึ่งว่า ปัทมา หรือ กมลา แต่ในคัมภีร์วิษณุปุราณะจะกล่าวไว้ว่า พระแม่ลักษมีเป็นธิดาของพระฤๅษีภฤคุกับนางขยาติ และยังกล่าวต่อไปอีกว่าพระแม่ลักษมีเป็นมารดา พระกามเทพ ด้วย พระแม่ลักษมี…

พระรุทร

ความเชื่อและความเป็นมาของพระรุทร

พระรุทร พระรุทร (สันสกฤต: रुद्र) เป็นเทพเจ้าสมัยฤคเวท เป็นอีกชื่อของพระศิวะ พระรุทรได้ชื่อว่าป็นเทพแห่งลมและพายุและการล่า พระศิวะ หรือพระรุทร (คนไทยเรียกว่า พระอิศวร) เป็นบิดาของ พระพิฆเนศ มีชายาคือ พระแม่อุมาเทวี พระศิวะทรงเป็นมหาเทพผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล หนึ่งใน ตรีมูรติ หรือ 3 มหาเทพสูงสุดแห่งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ) พระองค์ทรงประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นกระทำความดี และยึดมั่นในศีลธรรม หากผู้ใดประพฤติเพื่ออุทิศถวายแก่พระองค์แล้วปรารถนาสิ่งวิเศษใดๆ พระองค์ก็จะประทานพรนั้นๆให้ แต่เมื่อได้พรสมปรารถนาแล้ว วันหน้าหากกระทำผิดไปจากความดีงาม ผู้นั้นจะเกิดวิบัติในชีวิต พระศิวะเทพจะเป็นผู้ทำลายทันที ผู้คนต่างมีความเชื่อกันว่าพระศิวะนั้น สามารถช่วยปัดเป่ารักษาเยียวยาอากาศเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ ได้อย่างมหัศจรรย์นัก!! หากผู้ใดที่เจ็บป่วยหรือต้องการขอพรให้คนในครอบครัวหายเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ากระทำการบวงสรวงบูชาและขอพรจากพระศิวะ หรือพระรุทร ก็มักปรากฏว่าความเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นถูกปัดเป่าให้หายไปได้โดยสิ้นในเร็ววัน พระองค์เป็นเทพที่จะคอยขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ห่างไกล และทำให้เกิดความดีงามเป็นศิริมงคลเกิดขึ้น ผู้ที่มีความทุกข์ไม่ว่าจะเป็นในทางใด หากบวงสรวงบูชา ขอพรให้พ้นทุกข์ พระศิวะก็จะประทานพรให้ผู้นั้นได้พ้นจากห้วงแห่งความทุกข์ด้วยเช่นกัน พระศิวะ…

พระแม่อันนปูรณา

พระแม่อันนปูรณา ประวัติความเป็นมา

พระแม่อันนปูรณา พระนางเป็นเทวีประจำภูเขาอันนปูรณาในแถบเทือกเขาหิมาลัย ชื่ออันนปูรณามาจากอันนะ แปลว่าอาหารหรือให้ และปูรณา แปลว่าเต็มหรือสมบูรณ์ ดังนั้น พระแม่อันนาปุระณะ จึงหมายถึงเทวีผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหารการกิน เชื่อว่าวันอักษยะตริติยาคือวันเกิดของพระนาง พระองค์มีพลังอำนาจของพระองค์สามารถประทานอาหารได้อย่างไม่มีวันหมด ดังนั้นแล้วพระองค์จึงเป็นที่เคารพและสักการะแก่ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอาหาร ((เป็นอีกภาคหนึ่งของพระแม่ปารวตี)) เมื่อยามมนุษย์เกิดความทุกข์ยาก ขาดแคลนอาหาร พระแม่ปราวตีได้ส่งพระแม่อันนาปุระ มาดับทุกข์เข็ญให้กับมนุษย์ อีกทั้งพระแม่อันนา ได้รับหน้าที่ในการให้ดูแลองค์มหาศิวะเทพ เมื่อยามท่านปฎิบัติญาณสมาธิ ครั้นเมื่อออกจากญาณ พระแม่จะเป็นผู้ถวายผลไม้ให้กับองค์มหาเทพ และมหาเทพจะทรงประทานพรให้พระแม่ ดังนั้นจึงมีความเชื่อกันว่าผู้ที่ถวายการบูชาพระแม่อันนา จะได้รับพรจากองค์มหาเทพด้วยเช่นกัน เทวรูปหรือรูปเคารพของพระองค์จะถูกตั้งอยู่บนโต๊ะอาหาร, ร้านอาหารต่างๆ หรือแม้กระทั่งห้องครัว โดยก่อนที่จะลงมือทาน,ทำอาหาร รวมไปถึงก่อนเปิดกิจการร้านอาหารในแต่ละวัน ผู้ที่บูชาจะทำการบูชาพระองค์ก่อนเสมอ โดยมีความความเชื่อกันว่าถ้าใครบูชาพระแม่อันนาปุระณะ ตลอดชีวิตของผู้นั้นจะไม่เผชิญกับความอดอยาก และพรของพระองค์จะทำให้อาหารที่กินไปนั้นเอ็นอาหารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้ทานจะไม่เจ็บไม่ป่วย มีชีวิตเป็นอมตะ และมีพละกำลังมหาศาล การบูชาพระแม่อันนาปุระณะนี้เกิดขึ้นมานานด้วยสาเหตุที่ว่า อยู่ๆ อาหารทั้งหมดบนโลกได้ถูกทำลายและสูญหายไปจนหมด ไม่ว่ากระทั้งพื้นที่ทำกิน หรือ แม้แต่ในยุ้งฉางของชาวบ้าน จนทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากด้วยภาวะอดอยาก ผู้คนจึงทำการบูชาอ้อนวอนถึงพระพรหมเทพ ให้ช่วยขจัดปัดเป่าทุกข์ครั้งนี้…

พระแม่ษัษฏี

พระแม่ษัษฏี – ความเชื่อต่างๆในการบูชาเทพ

พระแม่ษัษฏี พระแม่ษัษฏี – ความเชื่อ คือ การยอมรับว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นความจริงหรือเป็นสิ่งที่เราไว้ใจ ความจริงหรือความไว้วางใจที่เป็นรูปของความเชื่อนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นความจริงที่ตรงตามหลักเหตุผลหรือหลักวิทยาศาสตร์ใดๆ คนที่เชื่อในฤกษ์ยามก็จะถือว่า วันเวลาการโคจรของดวงดาวจะก่อให้เกิดผลต่อตัวมนุษย์ คนที่เชื่อเครื่องรางของขลังก็จะมีความยึดมั่นว่า เครื่องรางของขลังให้คุณให้โทษแก่ตนได้จริง ตัวอย่างของความเชื่อ ได้แก่ ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ โชคลาง ของขลัง ผีสาง นางไม้ ความเชื่ออำนาจลึกลับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เหล่านี้เป็นต้น แนวคิดและความเป็นมาของความเชื่อ ความเชื่อในธรรมชาติ ความความเชื่อระดับต่ำสุดของมนุษย์ คือความเชื่อในธรรมชาติ เพราะธรรมชาติเกิดอยู่ข้างเคียงกับมนุษย์ มนุษย์เกิดมาลืมตาในโลก สิ่งแรกที่มนุษย์ได้เห็นได้สัมผัสก่อนสิ่งอื่นคือธรรมชาติรอบตัวมนุษย์และธรรมชาติต่างๆ เหล่านั้น ได้แก่ ความมืดความสว่าง ความหนาว ความร้อน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว แม่น้ำลำธาร ต้นไม้ ฟ้าร้องฟ้าผ่า แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด มนุษย์เชื่อว่าธรรมชาติเหล่านั้นมีตัวตน มีอำนาจพิเศษและสามารถก่อให้เกิดคุณและโทษแก่มนุษย์ได้…

พระแม่ราธา

ความเชื่อฮินดูในพระแม่ราธา

พระแม่ราธา ในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ได้สืบทอดขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยา ลัทธิ ความเชื่อ และประเพณีพราหมณ์ ยังคงบทบาทสำคัญต่อบ้านเมือง ช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่อาณาประชาราษฎร์ โดยในพุทธศักราช ๒๓๑๐ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชและสถาปนากรุงธนบุรีขึ้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งพราหมณาจารย์รับราชการในราชสำนัก เพื่อประกอบพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ มีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะทำนุบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม จึงมีพระบรมราชโองการให้รวบรวมตำราเกี่ยวกับพิธีการต่างๆ ของพราหมณ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพราหมณ์ที่หลบลี้หนีภัยสงครามจากทั่วทุกสารทิศ เช่น นครศรีธรรมราช พัทลุง มาเป็นพราหมณ์ประจำราชสำนักพระราชวังหลวงและพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เพื่อประกอบพระราชพิธีและพิธีสำคัญของบ้านเมือง การปฏิบัติตามลัทธิอื่น ๆ ศาสนาฮินดูอาจเป็นได้ทั้งพวกที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า หรือพวกที่เชื่อว่ามีพระเจ้า หรือแม้กระทั่งพวกซึ่งเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดมีคุณค่าโดยเฉพาะทางศาสนาและหลักศีลธรรม มีความหลากหลายดังกล่าวรวมอยู่ภายใต้ชื่อ “ฮินดู” คนอาจสงสัยว่าสิ่งใดที่ทำให้เป็น “ฮินดู” ในตอนแรก มีสาระสำคัญแท้จริงเพียงอย่างเดียว ระบบความเชื่อยอมรับพระเวทเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ ถ้าใช่นั่นแหละคือฮินดู ถ้าไม่ใช่ มันก็ไม่ได้เป็นฮินดู ความเชื่อฮินดูต่างเชื่อในเทพต่างๆ วันนี้เราจะพูดถึง พระแม่ราธา หรือ…

พระแม่ มเหศวรี

ความเชื่อ พระแม่ มเหศวรี ผู้เป็นพลังของพระอิศวร

พระแม่ มเหศวรี พระแม่ มเหศวรี เป็นเทวีในศาสนาฮินดูองค์หนึ่งในคณะของพระแม่สัปตมาตฤกา โดยถือว่าเป็นพลังของพระอิศวรและพระอุมาเทวี ในศาสนาฮินดูและยังปรากฏเทวรูปในประเทศไทยที่ประเทศไทยเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ กรุงเทพมหานครโดยประดิษฐานในบุษบกขนาบข้างร่วมกับเทวรูปพระนารายณ์และเทวรูปพระลักษมี ในหอพระนารายณ์ ทั้งยังปารกฎในจิตรกรรมฝาผนังวัดบวรสถานสุทธาวาสและสมุดข่อยตำราเทพเจ้าในช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ในภาษาสันสกฤต คำว่า มเหศวร นั้นหมายถึง พระอิศวรและคำว่า มเหศวรี นั่นย่อมหมายถึง พระอุมาเทวีพระชายาของ พระอิศวรและในศาสนาพราหมณ์ในประเทศอินเดียซึ่งเป็นต้นฉบับนั้น หากเทวรูปพระนารายณ์แล้วขนาบข้างด้วยเทวรูปเทวีสองพระองค์นั้น คือ พระลักษมีและพระภูเทวี ซึ่งลักษณะนี้ส่วนใหญ่นิยมปารากฏในภาคใต้ของประเทศอินเดียแต่ปรากฏว่าเมื่อเข้ามาถึงประเทศไทย คติได้ผันแปรไป กลายเป็นพระลักษมีและพระมเหศวรีไปแทน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่6)ทรงพระราชวิจารณ์ไว้ในหนังสือพระเป็นเจ้าของพราหมณ์ในทำนองว่า เป็ฯความเข้าใจผิดของพราหมณ์ไทย ที่คิดว่าชื่อ พระลักษมีและชื่อมเหศวรี เป็นคนละองค์กัน แต่ที่แท้แล้วทรงเห็นว่าทั้งสองชื่อหมายถึงพระเทวีพระองค์เดียวกันคือ พระลักษมี ดังนั้นจึงอาจอนุมานได้ว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นต้นทางของคติในเมืองไทยที่ว่าพระนารายณ์ทรงมีพระชายาเพียงพระองค์เดียวคือพระลักษมี ซึ่งตรงกับพระราชประสงค์จำนงหมายในเวลานั้นเช่นกัน กำเนิดของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ศาสนาพราหมณ์ หรือที่เรียกเป็นสากลว่า “ศาสนาฮินดู” ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ดินแดนชมพูทวีป เมื่อกว่า ๓,๐๐๐ ปี…

พระแม่ภวานี

ความเชื่อของพระแม่ภวานี

พระแม่ภวานี ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในตอนแรกเริ่มเรียกตัวเองว่า “พราหมณ์” ต่อมาศาสนาได้เสื่อมความนิยมลงระยะหนึ่งเนื่องจากอิทธิพลของศาสนาพุทธ ฮินดูมีเทพที่ผู้คนให้การนับถือมากมาย วันนี้เราจะมาพูดถึง พระแม่ภวานี ซึ่งพระแม่ภวานี เป็นเทวสตรีใน ศาสนาฮินดู ซึ่งถึงว่าเป็นภาคหนึ่งของ พระแม่อุมาเทวี คำว่า ภวานี หมายถึง “คนที่มอบชีวิต” หรือ พลังอำนาจของธรรมชาติหรือแหล่งที่มาของพลังงานความคิดสร้างสรรค์ มีอำนาจและบารมีหาสตรีใดเทียบเทียมได้ ทรงทำลายสิ่งเลวทราม ประทานชัยชนะ กำลัง และบริวารในการปกครอง ประทานพรให้ชีวิตอิ่มเอม สงบสุข การครองเรือนราบรื่น คนส่วนใหญ่นิยมมาขอพรเรื่องความรักและการมีบุตร พระองค์จะช่วยคุ้มครองผู้ศรัทธาให้อยู่รอดปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง พระแม่อุมา เป็นชายาของพระศิวะ หนึ่งในมหาเทพแห่งตรีมูรติ ซึ่งประกอบไปด้วย พระศิวะ พระพรหม และพระนารายณ์ จึงถือว่าพระองค์เป็นหนึ่งในพระศรีศักติ หรือ พระแม่ทั้งสามผู้เป็นชายาขององค์ตรีมูรติ อันได้แก่ พระแม่อุมา พระแม่สรัสวดี และแม่พระลักษมี โดยมีสัญลักษณ์ประจำพระองค์ คือ “โยนี” เคียงคู่กับ “ศิวลึงก์”…

พระแม่เปะริยาจจิ

พระแม่เปะริยาจจิ ประทานพรบุตร

พระแม่เปะริยาจจิ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ คงจะเคยได้ยินประโยคนี้มาบ้างพอสมควร เพราะความเชื่อโบราณเป็นสิ่งที่คนสมัยก่อนตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย นิยมทำกันต่อๆ มาจนกลายเป็นความเชื่อหรือข้อห้าม ที่อาจจะมีบางความเชื่อแฝงไว้ซึ่งกลอุบาย เพือเป็นการหลอกล่อให้เชื่อ ความเชื่อเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกรูปนามสิ่งใดที่ผู้คนได้พบได้สัมผัสในอายตนะทั้ง ๖ ผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ตากระทบรูป จะมีความรู้สึกเกิดขึ้นว่า รูปที่พบเห็นนั้นเป็นอย่างไร ภาษาทางศาสนาเรียกว่าเกิดจักษุวิญญาณ คือ ความรู้สึกเกิดขึ้นทางตา เวลาใช้หูฟังเสียงจะเป็นเสียงเพราะหรือไม่ เพราะการวินิจฉัยอย่างนี้เรียกว่า โสตวิญญาณความรู้สึกเกิดขึ้นทางหู สิ่งที่ผู้คนได้พบเห็นสัมผัสทางใดทางหนึ่งนี้เองเป็นต้นเหตุแห่งความเชื่ออันเป็นสัญเจตนา จุดเบื้องต้นส่วนนามธรรม เมื่อได้รับการเพาะเชื้ออย่างนี้ ต่อมาเกิดการเสริมแต่ง โดยอาศัยสิ่งแวดล้อมที่คนเราได้สัมผัสทุกวันเป็นเครื่องช่วยให้เจริญเติบโต และเมื่อใจคิด ความเชื่อด้านรูปธรรมก็เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นสัญลักษณ์ อย่างใดอย่างหนึ่งรวมความว่า ความเชื่อมี ๒ ประการ คือ ๑. ความเชื่อที่เป็นนามธรรม ๒. ความเชื่อที่เป็นรูปธรรม พระแม่ เปะริยาจจิ (เปชายี) เป็นเทวนารี ในศาสนาฮินดู เป็นเทวีท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดจากอินเดียภาคใต้ ในรัฐทมิฬนาฑู…