Author: sbobetapac

About sbobetapac

Here are my most recent posts

พระพาย

ตำนานพระพาย

พระพาย พระพาย (เทวนาครี: वायु; “วายุ”) เป็นเทพเจ้าแห่งลมและพายุ รวมถึงท้องฟ้า ตามคติของศาสนาฮินดู เป็นเทพแห่งธรรมชาติ เช่นเดียวกับพระพิรุณ (ฝน), พระอัคนี (ไฟ), พระแม่คงคา (น้ำ), พระแม่ธรณี (พื้นดิน) พระพายเป็นบุตรของพระกัศยปเทพบิดร และนางทิติ มีหน้าที่ให้ลมแก่สามโลก ในวรรณคดีมหาภารตะ พระพายเป็นบิดาของภีมะ และในวรรณคดีรามเกียรติ์พระพายเป็นบิดาของ หนุมานและยังเป็นปู่ของมัจฉานุกับอสูรผัด ตามคำภีร์วิษณุปุราณะว่า เป็นกษัตริย์แห่งคนธรรพ์ สำหรับรูปร่างลักษณะของพระพาย มีแตกต่าง หลากหลายออกไป ในคัมภีร์ไตรเทพระบุว่า มีกายสีขาวลักษณะงดงามยิ่งนัก ทรงสัตว์พาหนะจำพวกแอนทิโลปหรือกวาง บางปกรณัมก็ว่าทรงเสือสีน้ำเงิน นอกจากนี้แล้วยังถือเป็นเทพประจำทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (พายัพ) โดยคำว่า “พายัพ” เป็นภาษาสันสกฤต อ่านว่า “วายวฺย” เมื่อถอดความแล้วจะหมายถึง “ทิศของวายุ” ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดความเป็นมาของพระองค์นั้นมีหลากหลายมากๆ ในเวอร์ชั่นหนึ่งเล่าว่าอีกนามว่าคือ “มารุต” เป็นบุตรพระกัศยป…

พระพลราม

พระพลราม

พระพลราม พระพลราม (เทวนาครี: बलराम) เป็นบุตรของพระวาสุเทพ นางเทวกี และโยคะนิทรา ได้ย้ายไปอยู่ในครรภ์ของนางโหหิณี ภรรยาอีกคนของพระวาสุเทพ ซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านโคกุล พระพลรามเป็นพี่ชายของพระกฤษณะ ในมหาสงครามทุ่งกุรุเกษตร พระพลรามได้วางตัวเป็นกลางไม่ยอมไปยุ่งเกี่ยวกับปาณฑพและเการพ ก็เพราะว่าภีมะ ในฝ่ายของปาณฑพ และทุรโยธน์ในฝ่ายของเการพ ต่างเป็นศิษย์ของพระพลรามด้วยกันทั้งคู่ สาเหตุที่พระพลรามเป็นอาจารย์ของภีมะและทุรโยธน์ ก็เพราะว่าโทรณาจารย์ได้ขอร้องให้ พระพลรามสอนวิชาตีตะบองให้กับภีมะและทุรโยธน์ อยู่มาวันหนึ่ง รุกมินได้ไปร่วมงานกับในงานพิธีหนึ่ง รุกมินได้พูดจาดูถูกเหยียดหยามพระกฤษณะและพระพลรามและก็ได้ถูกพระพลรามสังหาร ภรรยาของพระพลราม คือ นางเรวดี ชาติกำเนิด พระพลรามเป็นโอรสของวสุเทพ ในตอนวัยเยาว์ กังสะซึ่งเป็นพี่ชายของนางเทวกีต้องการจะฆ่าลูกทุกคนของพี่สาว เพราะมีคำพยากรณ์ว่าตนจะต้องตายเพราะลูกคนที่แปดของนาง ดังนั้น กังสะจึงจับนางเทวกีและวสุเทพไปขังไว้ และทยอยฆ่าลูกของทั้งสองเมื่อเกิดมา แต่โอรสองค์ที่เจ็ดนั้นถูกย้ายจากครรภ์ของนางเทวกีไปสู่ครรภ์ของนางโรหินี ซึ่งนางอยากจะได้เป็นบุตรของตน พระโอรสองค์นี้เอง คือ พลราม และมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า สัมกรรษณะ เพราะถูกย้ายครรภ์นั่นเอง (นี่แสดงว่าความคิดเรื่องการย้ายครรภ์มีมาช้านานเป็นพันปีมาแล้ว) พระโอรสองค์นี้เดิมก็เรียกแต่ว่า ราม ทว่าด้วยความที่ทรงมีพละกำลังมหาศาล…

พระทัตตาเตรยะ

พระทัตตาเตรยะ หรือที่รู้จักในชื่อ พระตรีมูรติ

พระทัตตาเตรยะ พระทัตตะเตรยะ เป็นบุตรของพระฤาษีอัตริและนางอนุสุยา เป็นอวตารแห่งพระตรีมูรติทั้ง 3 อันได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ในนารายณ์สิบปาง และเป็นอาจารย์ของท้าวการตวีรยะ อรชุน คู่ปรับของปรศุราม “พระตรีมูรติ” (เทพทัตตาเตรยะ) เป็นรูปหนึ่งของพระวิษณุ (นารายณ์) ที่รวมเทพทั้งสามไว้ในพระองค์ มีพระเศียร 3 เศียร แทน พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ มีสุนัข 4 ตัวติดตาม สุนัขเป็นตัวแทนพระเวททั้ง 4 และ มีแม่โคศักดิ์สิทธิ์ 1 ตัวติดตามด้วย กล่าวคือ การรวมพลัง ของเทพเจ้าทั้งสามได้แก่ “พระพรหม พระอิศวร (ศิวะ) และพระวิษณุ (นารายณ์)” ไว้ในรูปเดียวหรือร่างเดียว อาวุธ และพาหนะ ที่ปรากฏในภาพคือ…

พระขันทกุมาร

พระขันทกุมาร ณ ถ้ำบาตู

พระขันทกุมาร พระขันทกุมาร หรือพระกุมารการติเกยะ หรือ พระสกันทกุมาร เป็นเทพเจ้าแห่งการชาญณรงค์สงคราม และเป็นเทพเจ้าที่เป็นแม่ทัพของสวรรค์ด้วย พระองค์นั้นเป็นพระโอรสของพระศิวะ (พระอิศวร) และพระแม่ปารวตี (พระแม่อุมาเทวี) ทรงมีพระอนุชา 1 พระองค์ คือ พระพิฆเนศ ทรงนกยูงปารวาณีเป็นพาหนะ พระชายาของพระขันธกุมารคือ พระแม่เทวเสนา และพระแม่วัลลี ที่อินเดียใต้นิยมนับถือมาก ด้วยเชื่อว่าพระขันธกุมารคือเทวดาผู้คุ้มครองปกป้องรักษาเทวาลัยของศาสนาฮินดู และเป็นเทพประจำทิศใต้อีกด้วย เป็นมหาเทพองค์นี้มีชื่อใกล้มาทางฝ่ายไทย และมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพิฆเนศ ในอินเดียเรียกพระขันทกุมารนี้ว่า สกันทะ (ผู้โลดเต้น ผู้ทำลาย) , กรรตติเกยะ (บางแห่งเขียนว่า การัตติเกยะ) อินเดียตอนใต้เรียก สุพราหมัณเย ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือมากตามหมู่บ้านทั้งหลายในอินเดีย จึงนิยมตั้งศาลสักการะบูชาพระขันธกุมารกันแทบทุกหมู่บ้าน เป็นโอรสของ พระศิวะเทพ กับ พระนางปราวตี (พระแม่อุมา) เกิดจากน้ำเชื้อของพระศิวะมหาเทพ ที่ร่วงหล่มลงพื้นธรณี จนยากที่จะพิสูจน์ว่าพระพิฆเนศกับพระขันธกุมารใครเป็นพี่เป็นน้อง ในวรรณคดีโบราณ…

นวราตรี

งานเทศกาล นวราตรี

นวราตรี นวราตรี เป็นเทศกาลที่อุทิศตนเพื่อ การสักการบูชาประจำปีแด่พระแม่ทุรคา คำว่า นวราตรีนั้น หมายถึงคำว่า ‘เก้าคืน’ ในภาษาสันสกฤต . ในช่วงเก้าคืนนี้จะมีการบูชา พระแม่ทุรคาและพระแม่ปารวตีในภาคปางต่างๆเก้าปางด้วยกัน และในวันสุดท้าย คือ วันที่สิบมักจะเรียกว่าเป็น วันวิชยาทศมี หรือ “วันดุเซร่า” (อังกฤษ: Dussehra) ซึ่งเป็นวันที่สำคัญสุดของเทศกาลนี้ และมีการเฉลิมฉลองทั่วไปทั้ง ประเทศอินเดีย ประเทศไทย กรุงเทพมหานคร มีงานเทศกาลนวราตรี งานประจำปีของวัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดแขก”  10 ข้อ ต้องรู้เกี่ยวกับวัดนี้ เทศกาลนวราตรี และวิธีบูชาเทพฮินดูสีลม เพื่อเสริมความมงคลให้กับตัวเอง รวมถึงกำหนดการจัดงาน และการปิดเส้นทางจราจรเพื่อแห่เทพด้วย วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือ วัดแขกสีลม เป็นโบสถ์พราหมณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก…

นรสิงห์

นรสิงห์ ปางที่สี่ของพระนารายณ์

นรสิงห์ นรสิงห์เป็นภาคอวตาร ปางที่สี่ของพระนารายณ์ตามเนื้อเรื่องในคัมภีร์ปุราณะ อุปนิษัท และคัมภีร์อื่น ๆ ของศาสนาฮินดู โดยมีร่างกายท่อนล่างเป็นมนุษย์และร่างกายท่อนบนเป็นสิงโต  ซึ่งสาเหตุที่พระนารายณ์ต้องทรงแบ่งภาคอวตารลงมาเป็นนรสิงห์นี้ เกิดมาจากยักษ์ตนหนึ่งนามว่า หิรัณยกศิปุ นรสิงห์ – ในครั้งบรรพกาล ยังมียักษ์ตนหนึ่ง หิรัณยกศิปุ มีความปรารถนาจักเป็นใหญ่ จึงได้เริ่มต้นบำเพ็ญตบะทุกรกริยาถวายต่อพระพรหม เพื่อขอพรให้ตนสมปรารถนา ซึ่งหลังจากที่ หิรัณยกศิปุได้บำเพ็ญตบะมาเป็นเวลานาน ในที่สุด พระพรหมก็ทรงปรากฏองค์เพื่อประทานพรให้ โดยหิรัณยกศิปุได้ขอพรให้ตน เป็นผู้ที่ไม่อาจตายด้วยน้ำมือหรืออาวุธของมนุษย์, สัตว์, เทวดา ไม่ตายทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ไม่ตายทั้งในเรือนและนอกเรือน ไม่ตายบนพื้นดิน ท้องฟ้า หรือผืนน้ำ ครั้นเมื่อได้รับพรจากพระพรหมแล้ว หิรัณยกศิปุ ก็เริ่มต้นแผ่ความยิ่งใหญ่ของตน โดยทำสงครามกับทั้งเหล่าเทพและมนุษย์จนเกิดความวุ่นวายไปทั้งสามโลก จากนั้นหิรัณยกศิปุก็บังคับให้ชนทั้งปวงนับถือบูชาตนดุจดังพระเป็นเจ้า ผู้ใดที่ขัดขืนก็ถูกเข่นฆ่าทรมานอย่างเหี้ยมโหด ทว่าบุตรชายคนที่ห้าของหิรัณยกศิปุ ซึ่งมีนามว่า “ประหลาท” ผู้เป็นบุตรคนโปรด กลับปฏิเสธที่จะยอมรับว่าบิดาคือ พระผู้เป็นเจ้า โดย ประหลาทนั้นมีใจศรัทธาเลื่อมใสพระนารายณ์หรืออีกพระนามหนึ่งคือ…

นนทิ

นนทิ พาหนะของพระศิวะ

นนทิ อุสุภราช หรือ นนทิ (อักษรโรมัน: Nandi; สันสกฤต: नंदी) เป็นชื่อโคเผือกที่เป็นพาหนะของพระศิวะ กำเนิดมาจากเมื่อครั้งกวนเกษียณสมุทร พระกัศยปะต้องการให้นางโคสุรภีเป็นพาหนะประจำพระองค์ แต่ติดว่านางโคสุรภีเป็นโคเพศเมีย หากจะเป็นโคพาหนะจึงควรเป็นโคเพศผู้มากกว่า พระกัศยปะจึงได้เนรมิตรโคเพศผู้ขึ้นมาให้สมสู่กับนางโคสุรภี ลูกโคที่เกิดมาเป็นโคสีขาวปลอดเพศผู้ลักษณะดีคือ โคอุสุภราช พระกัศยปะจึงได้ประทานชื่อให้ว่า นนทิหรือนันทิ และได้ถวายให้เป็นพระพาหนะแด่พระศิวะ อีกตำนานหนึ่งของการกำเนิดโคอุสุภราช กล่าวว่า เดิมทีเป็นเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อนนทิ เป็นเทพที่ดูแลบรรดาสัตว์ 4 ขาต่าง ๆ ที่เชิงเขาไกรลาส และมักเนรมิตรตนให้เป็นโคเผือกสีขาวเพื่อเป็นพาหนะของพระศิวะเมื่อเสด็จไปยังที่ต่าง ๆ โคอุสุภราชในความเชื่อของชาวฮินดูไม่เพียงแต่เป็นสัตว์พาหนะตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ยังได้รับการบูชาดุจดั่งเทพเจ้าองค์หนึ่ง ดังนั้น โคหรือวัวสำหรับชาวฮินดูจึงถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ชาวฮินดูจึงไม่ฆ่าโคและกินเนื้อวัว ในพิธีการมงคลแบบฮินดู พราหมณ์จะนำมูลโคมาเจิมหน้าผาก ถือว่าเป็นมงคลประการที่ 7 และในวิหารบูชาพระศิวะมักมีรูปปั้นโคอุสุภราชนี้ประดิษฐานที่กลางวิหารด้วย ด้วยถือว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งขององค์พระศิวะ เรื่องมีอยู่ว่าในการ กวนเกษียรสมุทร ครั้งยิ่งใหญ่ของทวยเทพทั้งปวงนั้น ก็ได้มีสิ่งวิเศษเกิดขึ้นมากมายหลายสิ่งด้วยกัน และ นางโคสุรภี…

ตรีมูรติ

การบูชา พระตรีมูรติ ให้สมหวัง

ตรีมูรติ ความเชื่อเกี่ยวกับพระตรีมูรติ คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าหากบูชา “พระตรีมูรติ”  จะมีความหมายที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน แต่ในปัจจุบัน ได้รับการเทิดทูนจนกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ ของการประทานความรัก โดยเทวรูป “ตรีมูรติ” ที่อยู่หัวมุมด้านซ้ายของห้างเซ็นทรัลเวิลด์(เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เก่า) ตรงข้ามกับพระพรหมที่โรงแรมเอราวัณ มักจะมีหนุ่มสาวจำนวนมากไปสักการบูชาและขอพรเกี่ยวกับความรัก หรือการขอพรให้มีบุตร ตรีมูรติ (เทพทัตตาเตรยะ) คือ พระเจ้าสูงสุดองค์เดียว แต่ประกอบด้วย 3 สภาวะ คือ พรหม ศิวะ วิษณุ   “พระตรีมูรติ”  จึงมีพลังของเทพเจ้าทั้งสามในรูปเดียวคือ การสร้างโลก (สฤษฏิ)  เป็นพลังของพระพรหม รักษาโลก (สถิติ)  เป็นพลังของพระวิษณุ (นารายณ์)  และทำลายโลก (ประลัย) เป็นพลังของพระอิศวร (ศิวะ) การรวมตัวกันของ “พลังทั้งสาม”  คือการแสดงออกของปรมาตมันพลังอันยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าในสรรพสิ่ง “พระตรีมูรติ” มีสามเศียร หกกร…

ตรีเทวี

การบูชา ตรีเทวีหรือตรีศักติ

ตรีเทวี ตรีเทวี หรือตรีศักติ (อังกฤษ: Tridevi, สันสกฤต: त्रिदेवी) คือ การอวตารรวมของภาคของมหาเทวีสูงสุดทั้งสามองค์ในศาสนาฮินดู อันได้แก่ พระแม่ปารวตี (พระมเหสีของพระศิวะ) พระลักษมี (พระมเหสีของพระวิษณุ(พระนารายณ์)) และ พระสรัสวดี (พระมเหสีของพระพรหม) ซึ่งมหาเทวีสามองค์นี้คือพระผู้เป็นใหญ่ในศาสนาฮินดูนิกายศักติ(นิกายใหญ่ในศาสนาฮินดูที่นับถือพระแม่เป็นหลัก) รวบรวมสามขุมพลัง สติปัญญา อำนาจ และโชคลาภไว้ด้วยกัน ผู้บูชาจักได้รับ มงคลอันสูงสุดไว้กับตัวเอง เมื่อพระเทวีทั้งสามรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน จะปรากฏรูปเป็น พระศักติเทวี พระมารดาแห่งจักรวาล เป็นเทวีแห่งการทำลายความชั่วร้ายทั้งหลาย ใครที่บูชาพระศักติเทวี (พระแม่ทั้ง 3) แล้ว ย่อมได้รับพลังอำนาจจากพระปารวตี โชคลาภและความร่ำรวยจากพระลักษมี สติปัญญาและความรอบรู้ในศิลปวิทยาการจากพระสุรัสวตี พระศักติเทวีนั้นประทับอยู่บนสิงโตหรือเสือ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและชัยชนะ โดยรูปพระศักติจะมีอวตารในหลายรูปลักษณ์ เช่น พระแม่ทุรคา เพื่อปราบอสูรมหิษาสูร และในรูปนวทุรคา หรือ นวศักติทั้งเก้า ที่เป็นที่มาของเทศกาลนวราตรีอีกด้วย…

กาลี พระแม่ทุรคา

บูชา กาลี พระแม่ทุรคา

กาลี พระแม่ทุรคา กาลี พระแม่ทุรคา – พระแม่ทุรคา (สันสกฤต: दुर्गा ทุรฺคา) หรือ พระแม่มหิษาสุรมรรทินี เป็นปางหนึ่งของพระปารวตี มีความหมายว่า “ผู้เข้าถึงได้ยาก” ไม่ว่าทั้งเทพเจ้า มนุษย์ อสูร แม้แต่พระศิวะ พระพรหม หรือพระวิษณุ ก็ไม่อาจสังหารมหิษาสูรได้ มีเพียงหญิงสาวที่ไม่ได้เกิดอย่างธรรมชาติ และเป็นหนึ่งในอำนาจทั้งหมดของจักรวาล ซึ่งก็คือพระแม่ทุรคา ซึ่งเกิดจากอำนาจทั้งปวงของเหล่าเทพเจ้า ในช่วงประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี จะมีการบูชาพระแม่ทุรคาเรียกว่าเทศกาลนวราตรี มีการฉลองถึง 9 วัน 9 คืนด้วยกัน ในประเทศไทย งานฉลองนี้จะมีขึ้นประจำทุกปีที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี เขตบางรัก โดยมีการแห่ไปตามท้องถนนในเวลากลางคืนด้วยดอกดาวเรืองและเครื่องบูชาต่าง ๆ ศาสตราวุธทั้ง 8 แห่งพระแม่ทุรคาเทวี มีดังนี้ จักรา (กงจักร) พลังหมุนเวียนให้ทุกสิ่งดำเนินไป ตัลวาล (ดาบ) ความเฉียบคม…